Categories
Uncategorized

ออกกำลังกายยังไง ให้สนุก หูฟังไร้สายสิ!

เชื่อว่าในกลุ่มคนรักสุขภาพทั้งหลาย จะต้องมีสายออกกำลังกายที่ชื่นชอบการวิ่งไปฟังเพลงไปอยู่หลายคนเลยใช่ไหมล่ะคะ ซึ่งในปัจจุบันก็มี หูฟังไร้สาย สำหรับนักวิ่งโดยเฉพาะวางขายอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นหูฟังแบบบลูทูธ หรือแม้แต่หูฟังที่ถูกออกแบบมาไม่ให้หลุดออกจากหูง่ายตอนเล่นกีฬา เป็นต้น ซึ่งหูฟังแต่ละประเภทนั้นต่างก็มีประสิทธิภาพ ระยะเวลาที่สามารถเล่นเพลงได้ต่อเนื่อง ความรู้สึกเวลาสวมใส่ที่แตกต่างกันไป การจะให้เลือกให้ถูกใจตรงตามไลฟ์สไตล์ก็คงไม่ง่ายซะทีเดียว

  • เลือกตามประเภทการใช้งาน ควรเลือก หูฟังไร้สาย ตามจุดประสงค์ที่ใช้งาน หากคุณเป็นคนที่รักในการออกกำลังกายหลากหลายประเภทไม่ว่าจะทางบกหรือทางน้ำก็ตามแต่ การเลือกหูฟังที่มีคุณสมบัติป้องกันทั้งฝุ่นและน้ำจะเป็นคำตอบของคุณ
  • แบตเตอรี่ หากคุณจำเป็นต้องใช้หูฟังออกกำลังกายในระยะเวลาที่นานก็อาจจะต้องมองหาหูฟังที่มีปริมาณแบตเตอรี่ที่มากพอต่อการใช้งาน ดูที่ปัญหากวนใจ ปัจจุบันหูฟังมีหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น หูฟังแบบครอบหู (On-ear Headphone), หูฟัง Earbuds, หูฟังประเภท In-Ear ซึ่งก็จะแยกกออกเป็นแบบมีสาย กับแบบหูฟังไร้สาย (หูฟังบลูทูธ) ดังนั้นเมื่อทราบถึงประเภทของหูฟังต่าง ๆ แล้ว บางท่านอาจจะไม่ชอบหูฟังออกกำลังกายที่มีสายเกะกะก็ควรเลือกหูฟังประเภทไร้สายหรือบางท่านอาจจะมีปัญหาระคายเคืองจาการหูฟังแบบสอดหู In-Ear ก็สามารถเลือกใช้หูฟังแบบเกี่ยวหูหรืออื่น ๆ เพื่อลดปัญหากวนใจได้
  • มาตรฐานการกันน้ำ IP (Ingress Protection Ratings) คือ มาตรฐานที่กำหนดในการชี้วัดหูฟังหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ว่าสามารถปกป้องฝุ่นและน้ำได้ในระดับไหน ซึ่งจะประกอบไปด้วยเลข 2 หลัก เช่น IP55 เป็นต้น ซึ่งในบางอุปกรณ์อาจจะรองรับการป้องกันอย่างใดอย่างหนึ่งหรือรองกับการป้องกันทั้งสองแบบเลยก็ได้ เรามาดูตัวเลขทั้ง 2 หลักที่ผมได้พูดถึงไว้ข้างต้นได้เลย
    • ตัวเลขหลักแรก หมายถึงระดับการป้องกันฝุ่นของอุปกรณ์ โดยมีระดับ 0 ไปจนถึง 6 โดยตัวเลขที่เพิ่มมากขึ้นหมายถึงความสามารถในการป้องกันฝุ่นที่เพิ่มมากขึ้น เช่น IP6X
    • ตัวเลขหลักที่สอง หมายถึงระดับการป้องกันน้ำของอุปกรณ์ โดยมีระดับ 0 ไปจนถึง 9 โดยตัวเลขที่เพิ่มมากขึ้นหมายถึงความสามารถในการป้องกันน้ำที่เพิ่มมากขึ้น เช่น IPX7

สำหรับคนที่รักในการออกกำลังกาย นอกจากจะมีหูฟังคู่ใจแล้ว เราแนะนำเลกกิ้ง สำหรับออกกำลังกาย ที่จะช่วยกระชับกล้ามเนื้อและลดแรงกระแทกได้ดี ทั้งยังบอกถึงเคล็ดลับเลือกซื้อเลกกิ้งยังไงไม่ให้เป้ายิ้ม และสำหรับสาว ๆ ที่กังวลเรื่องหน้าอกหน้าใจเราก็มีบทความดี ๆ มาให้คุณได้อ่านนั่นคือ Sport Bra สำหรับใส่ออกกำลังกาย ส่วนคนที่ชอบไปออกกำลังกายตามสถานที่ฟิตเนสหรือโรงยิม ควรมีกระเป๋ากีฬากระเป๋าฟิตเนสดี ๆ สักใบไว้ใช้ใส่สัมภาระต่าง ๆ อาทิเช่น เสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยน รองเท้ากีฬา ขวดน้ำส่วนตัวแบบพกพา หรือแม้แต่ไม้แบดมินตัน เสื่อโยคะเป็นต้น และที่สำคัญเมื่อออกกำลังกายแล้ว อย่าลืมเลือกซื้อเวย์โปรตีนดี ๆ ไว้สำหรับสร้างกล้ามเนื้อและควบคุมน้ำหนักด้วย

Categories
Uncategorized

Airpod pro ชีวิตแบบคนโปรๆ เขามีกัน

จำได้ว่าเมื่อตอนปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ที่ Apple ได้เปิดตัวหูฟังไร้สายอินเอียร์ตัวท็อปโมเดลล่าสุดอย่าง Airpod pro แบบไม่ทันให้ใครได้ตั้งตัวหรือเตรียมเก็บเงิน กระแสส่วนใหญ่ที่เราเห็นคือการที่หลายคนแทบจะพร้อมใจกันบ่นอุบเป็นเสียงเดียวกันว่าดีไซน์ของมันดู ‘ไม่เวิร์ก’ เท่าที่ควร

แต่ปัจจุบันได้ออกมาแล้ด้วยกันหลายรุ่น ไม่แม้แต่รุ่น โปรๆ ซึ่ง Airpod pro เปิดตัวเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2019 เริ่มวางขายครั้งแรกเมื่อ 30 ต.ค. 2019 ในกลุ่มประเทศแรก  สำหรับประเทศไทยนั้นได้เปิดให้สั่งซื้อผ่าน Apple Store Online เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2019 และจะเริ่มวางจำหน่ายที่หน้าร้าน 14 พ.ย. 2019 เป็นต้น

สิง่ที่โดดเด่นเลย คือ AirPods Pro หูฟังไร้สายแบบ true wireless ที่เพิ่มฟีเจอร์สำคัญคือการตัดเสียงรบกวนรอบข้าง (active noise cancellation – ANC) หรือเลือกฟังเสียงรอบตัวไปพร้อมกับเสียงในหูฟัง ตัวตัดเสียงรบกวนใช้ไมโครโฟนสองตัว ตัวแรกหันออกจากหูวิเคราะห์เสียงรบกวนรอบด้าน อีกตัวหันฟังเสียงที่ยังเล็ดลอดเข้ามาในหู โดยระบบตัดเสียงรบกวนปรับตามเสียงรบกวนได้ 200 ครั้งต่อวินาที นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์แนะนำว่าจุกยางขนาดไม่พอดี ทำให้เสียงเล็ดลอดเข้าไปในหูมากกว่าที่ควรเป็น

Airpod pro

โดยตัวหูฟัง AirPods Pro จะเป็นหูฟังแบบ In-ear ก้านหูฟังมีความยาว 30.9 มิลลิเมตร น้ำหนัก 5.4 กรัม และตัวเคสชาร์จแบบไร้สายนั้นมีขนาดอยู่ที่ 45.2 x 60.6 x 21.7 มิลลิเมตร และน้ำหนักที่ 45.6 กรัม เคสชาร์จไร้สายนั้นเป็นวัสดุแบบมันวาว และมีสีขาวมุก ตรงกลางด้านหน้าเคสชาร์จไร้สายจะมีไฟแสดงสถานะแบตเตอรี่และการชาร์จ

ซึ่งต้องบอกเลยว่าปัจจุบันนั้น การมีหูไร้สายเป็นเรื่องที่สะดวกสบายพกพาง่ายๆ ขึ้นกว่าแต่ก่อนมากๆ เพราะว่าหูฟังไร้สายนั้น เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะ คนที่ต้องเดินทาง เพราะสามารถหยิบหูฟังมาฟังได้ทันที ไม่ต้องกังวลสายว่าเกี่ยวกับใครเวลาคนเยอะ ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกได้มาก นอกจากนี้ แน่นอนว่าหูฟังไร้สายหรือหูฟังบลูทูธจะต้องมีการเชื่อมต่อและหาสัญญาณบลูทูธ หลายๆครั้งการเชื่อมต่อก็ดูจะหาสัญญาณไม่เจอและต้องรีเซ็ตสัญญาณบ้างเป็นบางครั้ง ในขณะที่จุดสำคัญที่สุดคือเรื่องแบตเตอรี่ ที่ผู้ใช้เองจะต้องชาร์จเป็นประจำ ซึ่งถ้าลืมชาร์จก็อาจจะไม่สามารถใช้งานได้ และอีกจุดที่ต้องคำนึงถึงคืออายุการใช้งานของแบตเตอรี่ ที่เมื่อใช้ไปนานๆก็จะค่อยเสื่อม ซึ่งการเปลี่ยนแบตเตอรี่ก็มักจำเป็นที่ต้องส่งเข้าศูนย์และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ยังมีเรื่องที่หลายๆคนกังวลว่าหูฟังไร้สายเสียงมันดีไหม สู้หูฟังมีสายได้รึเปล่า? ถ้าให้ตอบแบบชัดๆ ก็ยังต้องตอบว่าหูฟังไร้สาย นั้นเสียงยังไม่สามารถสู้หูฟังแบบมีสายได้ ณ ชั่วโมงนี้ แต่อย่าพึ่งด่วนสรุปว่าเสียงจะไม่ดี เพราะว่าจริงๆแล้วหูฟังบลูทูธ ปัจจุบันนี้ให้เสียงที่ดีเพียงพอกับการใช้งานฟังเพลงทั่วไปแบบสบายๆ เลยทีเดียว เรียกได้ว่าถ้าฟังแบบไม่จับผิดหรือจดจ้อง หูฟังไร้สายนั้นก็ให้เสียงที่ดีเยี่ยมและเพียงพอตัวการใช้งานหรือการฟังเพลงในชีวิตประจำวันสบายๆ ในส่วนของสำหรับคนที่จริงจังเรื่องเสียงอย่างพวกกลุ่ม Audiophile ยังไงก็ต้องบอกว่าหูฟังมีสายนั้นยังตอบโจทย์กว่ามากด้วยเสียงทีเหนือกว่า และการเชื่อมต่อที่สามารถเชื่อมเข้ากับ DAC/Amp ได้ง่ายกว่า (ถึงแม้จะเริ่มมี DAC/Amp ที่เป็นบลูทูธแต่ก็ยังค่อนข้างน้อย) นี่สำคัญยังสามารถที่จะเปลี่ยนสายเพื่อเติมแต่งเสียงให้ดีขึ้นไปอีกด้วย

Categories
Uncategorized

ไตรมาสใหม่ โน๊ตบุ๊ค ราคานักศึกษาต้องมา!

การเรียนการสอนในปัจจุบัน โน็ตบุ๊ค ถือว่ามีความจำเป็นอย่างมากอยู่แล้ว เพราะมีการนำเอาเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาประยุกต์ใช้งาน เพื่อให้นักเรียน นักศึกษาเข้าถึงคลังความรู้ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และด้วยวิกฤตโรคระบาด โควิด 19 ทำให้หลายสถานการศึกษาต้องเลื่อนวันเปิดภาคเรียนออกไป เพื่อลดการแพร่ระบาด หลาย ๆ สถาบัน จึงส่งเสริมให้มีการเรียนการสอนแบบออนไลน์ขึ้นมา เพื่อให้สามารถเรียนรู้ต่อไปได้ และไม่เสียเวลาที่มีค่าไปเปล่า ๆ เพราะหากไม่ทำอะไรเลย กิจกรรมต่างๆ หลังจากนี้อาจได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ต่อไปเรื่อยๆ

โน๊ตบุ๊ค

มีวิธีเลือกง่ายๆ แค่ 5 ข้อนี้

1.เลือกแบบที่ใช้ สไตล์ที่ชอบ: จะเป็น โน๊ตบุ๊ค ในกลุ่มใดก็ตาม ความสวยงามสะดุดตาน่าใช้ พูดง่ายๆ เลือกให้ถูกจริตคุณไว้ก่อน อย่างน้อยๆ คุณจะรู้สึกภูมิใจ อยากจับต้องและใช้งานบ่อยๆ แบบนี้จึงจะถือว่าคุ้มและดีในสายตาคุณ แต่ถ้าซื้อมาแล้ว มีแต่ข้อด้อย ติได้ทุกวัน จนคุณไม่อยากจะใช้ ให้ถูกแค่ไหน ก็ไม่คุ้มค่าอยู่ดี

2.เลือกสเปคที่ดี ในราคาที่ไหว: ข้อนี้ก็ต้องพิจารณาเป็นพิเศษ ถ้าหากคุณให้ความสำคัญกับ Performance เป็นหลัก การเลือกสเปคที่พาคุณไปได้สุดทาง แบบไม่ต้องสนใจกับภาพลักษณ์ ฟีเจอร์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ก็เป็นเรื่องที่ดี เลือกความแรงในระดับที่ซื้อไหวไปเลย

3.เลือกฟีเจอร์ที่สำคัญใช้เป็นประจำ: สิ่งไหน ฟังก์ชั่นใดที่จำเป็น สิ่งที่คุณคิดว่ามีแล้วต้องใช้แน่ๆ ก็ควรจะเลือกเอาไว้ เพราะถ้ามีคุณก็จะได้ใช้งานโน๊ตบุ๊คบ่อยๆ แบบนี้ถือว่าคุ้มค่าแล้ว ตัวอย่างเช่น ไฟคีย์บอร์ดเวลาทำงานในที่มืด พอร์ต USB พอต่อการติดตั้งอุปกรณ์อันมากมายของคุณ Thunderbolt หรือแม้กระทั่งจอทัชสกรีนก็ตาม

4.เลือกขนาดและน้ำหนักที่รับไหว: น้ำหนักโน๊ตบุ๊คสำคัญอย่างมาก สำหรับคนที่ต้องหิ้วโน๊ตบุ๊คไปทำงานข้างนอก ไปเรียนและเดินทาง เพราะถ้ามันหนักมากเกิน คุณก็รู้สึกว่าไม่อยากจะแบกออกไป หรือใส่กระเป๋าก็ไม่สะดวก การสะพายโน๊ตบุ๊คระดับ 2Kg แล้วต้องเดินหรือยืนนานๆ เราจะรู้สึกว่ามันเกิน 2Kg เสมอ

5.เลือกรุ่นประหยัดไว้ก่อน: เพราะหลายคนคิดว่า เวลาเสียหาย พังหรือเก่าไป ก็ไม่น่าเสียดาย เนื่องจากจ่ายไม่แพง และด้วยโน๊ตบุ๊คพื้นฐานทุกวันนี้เริ่มที่ราคาหลักพันเท่านั้น ดูหนัง เปิดอินเทอร์เน็ต พิมพ์งานก็สบาย เรียกว่าหายก็ยังทำใจได้มากกว่าโน๊ตบุ๊คที่ซื้อมาแพงๆ ชนิดที่เป็นรอยหน่อย ก็เซ็งไปหลายวัน

มาที่รุ่นแรกกันเลย กับราคา 18,400 บาท HP Pavilion x360 14 ออกแบบมาพร้อมกับดีไซน์ใหม่ ด้วยหน้าจอขนาด 14 นิ้ว ขอบจอบางเฉียบ พร้อมด้วยระบบสัมผัสที่ลื่นไหล เป็นแล็บท๊อป 2 in 1 ช่วยให้สามารถใช้งานได้หลายรูปแบบ ทั้งโน็ตบุ๊คปกติใช้งานทั่ว ๆ ไป หรือพับหน้าจอเป็นแท็บเล็ตเพื่อใช้งานระบบสัมผัสหรือจะใช้งาน HP Active Pen ในการจดบันทึกหรือวาดภาพ เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน

HP Pavilion x360 มีการออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้สามารถพกพาสะดวก ด้วยตัวเครื่องที่บางมาก เพียง 20 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 1.58 กิโลกรัม เท่านั้น ตัวเครื่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการหาแล็บท๊อบที่สามารถพกพาติดตัวได้สะดวก สามารถใช้งานทั่ว ๆ ไปได้เป็นอย่างดี

Lenovo กับราคา ราคา 20,400 บาท หน้าจอขนาดใหญ่ถึง 15.6 นิ้ว มีความละเอียด Full HD ใช้หน้าจอพาเนล IPS ที่ให้สีสันสดใส ดูคมชัด สวยงาม มีการออกแบบให้ขอบจอมีความบาง เพื่อให้ดูหรูหรามากขึ้น ตัวเครื่องก็ถูกทำให้บางสูงสุด เพียง 19.4 มิลลิเมตร ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 1.8 กิโลกรัม เท่านั้น และตัวเครื่องถูกย่อให้มีขนาดเกือบจะเท่ากับแล็บท๊อบที่มีหน้าจอขนาด 14 นิ้ว ช่วยให้สามารถพกพาได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และมีพื้นที่ในการทำงานเพิ่มขึ้นอีกด้วย ดีไซส์เรียบง่าย ดูหรูหรา สวยงาม ซึ่งเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องการแล็บท๊อบหน้าจอใหญ่ และสามารถพกพาได้ง่าย ด้วยสเปคที่ค่อนข้างแรง สามารถใช้ทำงาน เล่นเกม หรือใช้งานทั่ว ๆ ไป ได้แบบสบายแล้ว

Asus VivoBook S15 เป็นอีกรุ่น ที่ได้รับการออกแบบมาสวยงามมาก ตัวเครื่องถูกดีไซส์ออกมาให้เรียบง่าย แต่ดูเรียบหรู เน้นความบาง น้ำหนักเบา ช่วยให้พกพาสะดวกขึ้น และยังเลือกใช้สีสันที่สดใส ซึ่งเหมาะกับวัยรุ่นมาก ๆ ตัวเครื่องมาพร้อมกับหน้าจอ 15.6 นิ้ว ขนาดใหญ่ ระดับ FHD ที่มีขอบจอบางมาก ตัวเครื่องมีการใช้ ErgoLift Hinge สามารถกางหน้าจอได้กว้างขึ้น และเมื่อกางหน้าจอออกตัวเครื่องจะยกสูงขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้คุณสามารถพิมพ์ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น และสามารถช่วยในเรื่องของการระบายความร้อนได้ด้วย

ในด้านของซีพียูตัวนี้มาพร้อมกับ Intel Core i5 เจนเนอเรชั่นที่ 11 ทำงานคู่กับแรม 8GB และหน่วยความจำ SSD ความจุ 512GB ถือเป็นรุ่นที่มีทั้งสเปคแรง ดีไซส์หรูหรา ที่สำคัญมีราคาประหยัด ซึ่งเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการหาแล็บท๊อบไว้ใช้งาน ไม่ว่าจะใช้ทำงาน เล่นเกม หรือดูหนัง ฟังเพลง รุ่นนี้สามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี