Categories
Uncategorized

Apple watch se สเปคโหดในราคาที่เบา

Apple watch se เปิดตัวในปี 2020 เช่นเดียวกับ iPhone เอสอี 2020 ทำให้ผู้ที่เพิ่งเข้าวงการสะสม Gadget ของ Apple เก็บมาครอบครองได้ครบ ในงบสบายกระเป๋า ทำให้เดาไม่ยากเลยว่า iPhone 12 ที่จะออกมาในปีนี้ก็อาจจะมีรุ่นที่ราคาไม่สูงมากออกมา

Apple watch se

ด้วยการที่ปัจจุบัน Apple Watch มีตัวเลือกสำหรับการเลือกซื้อทั้งหมด 3 รุ่นด้วยกัน ประกอบไปด้วย Apple Watch 3 ซึ่งเป็นสมาร์ทวอทช์ที่เปิดตัวมา 3 ปีที่แล้ว แต่ปัจจุบันยังคงทำตลาดอยู่ ด้วยการปรับลดราคาลงมาให้น่าสนใจ

จนกลายเป็นตัวเลือกเริ่มต้นของผู้ที่ต้องการใช้งาน Apple Watch ร่วมกับ iPhone เพราะด้วยราคาเริ่มต้นที่ 6,400 บาท แต่สามารถใช้รับการแจ้งเตือน ตรวจวัดการออกกำลังกาย อัตราการเต้นของหัวใจได้ ทำให้เพียงพอกับการใช้งานทั่วๆ ไป

ถัดมาคือ Apple Watch se หรือให้นึกภาพง่ายๆ คือ Apple Watch เอสอีries 4 ที่นำมาปรับปรุงให้กลายเป็นตัวเลือกใช้งานเพิ่มเติม ในราคาเริ่มต้นที่ 9,600 บาท โดยจุดเด่นของ Apple Watch เอสอี เมื่อเทียบกับ Watch 3 คือมีขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น 30% เพิ่มเติมด้วยการตรวจจับการล้ม (Fall Detection) และมีรุ่น Cellular ให้เลือกใช้งาน

ดังนั้น Apple watch เอสอี จึงกลายเป็นรุ่นที่น่าสนใจถ้าต้องเลือกซื้อ Apple Watch ให้ผู้สูงอายุ หรือเด็กๆ ใช้งานแบบเริ่มต้น เพราะนอกเหนือจากคุณสมบัติทั่วไปของสมาร์ทวอทช์แล้ว การมีเซ็นเซอร์ตรวจจับการล้ม (ใช้เวลาผู้สูงอายุล้ม) และมี Cellular ในตัว จะช่วยให้สามารถแจ้งเตือนฉุกเฉินได้ทันที หรือแม้แต่ให้บุตรหลานใช้ ก็จะทำให้สามารถติดต่อได้ตลอดเวลา

จะเห็นได้ว่า Apple Watch แต่ละรุ่นมีรายละเอียดที่น่าสนใจในแต่ละระดับราคา ดังนั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าต้องการเลือกใช้ Apple Watch ไปใช้งานในลักษณะไหน ถ้าแค่แจ้งเตือนข้อมูลต่างๆ Watch 3 รุ่นเริ่มต้นก็เพียงพอ แต่ต้องการเลือกให้ผู้สูงอายุ หรือบุตรหลานใช้ แต่ไม่ต้องการซื้อรุ่นราคาสูงก็หันมามอง Watch เอสอี ได้ ส่วน Watch 6 ถือเป็นรุ่นมาตรฐานของปีนี้ ที่ได้ฟีเจอร์ครบถ้วนมากที่สุด

ข้อดีอย่างหนึ่งของ Apple Watch คือสายของรุ่น 38-40 มม. และ 42-44 มม. สามารถใช้ร่วมกันได้ ดังนั้น ถ้าใช้งานตัวเรือนขนาดไหนอยู่ ถึงจะเปลี่ยนรุ่นใหม่ ก็ยังสามารถใช้งานสายเดิมได้ต่อเนื่อง ไม่ต้องคอยสีสายใหม่ทั้งชุดตลอดเวลา

เปรียบเทียบ Watch-เอสอี กับ Apple Watch 6

การเปรียบเทียบ Apple Watch ทั้ง 2 รุ่นนี้ถือเป็นมวยคู่สูสี สิ่งที่ทำให้ราคาต่างกันราว 4,000 บาทนี้ อยู่ที่ แอปพลิเคชันวัดออกซิเจนในเลือด และการพลิกหน้าจอให้สว่างด้วยโหมด Always-on Display ซึ่ง Watch-เอสอี ยังทำไม่ได้ แต่หลายคนมองว่ารับได้ ส่วนวัสดุ สเตนเลสสตีลกับไทเทเนียมที่มีใน Apple Watch เอสอีries 6 ทำให้สร้างสรรค์สีตัวเรือนได้มากกว่า แต่หากคุณมองแค่สเปก ตัว Watch-เอสอี ก็มาแรงไม่เบา

เปรียบเทียบ Watch-เอสอี กับ Apple Watch 5

สิ่งที่ Watch-เอสอี ทำได้ไม่เท่า Apple Watch เอสอีries 5 ก็คือฟังก์ชัน Always-on Display นั่นก็คือหน้าจอของ Watch-เอสอี ไม่ได้ติดตลอดเวลา ถ้าจะดูนาฬิกาก็ต้องพลิกข้อมือเพื่อให้หน้าปัดโชว์เวลา สิ่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนอีกอย่างคือ Watch-เอสอี เบาและบางกว่า Apple Watch เอสอีries 5 นั่นจึงเป็นคำตอบว่าสายของนาฬิกาไม่น่าจะใช้ด้วยกันได้ รวมถึงสีตัวเครื่อง Watch-เอสอี ไม่มีสีดำ Space Black แต่เป็น Space Gray แทน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *