Categories
Uncategorized

11.11 เพาเวอร์บาย ต่อตอน 2

บทความนี้เป็นตอนต่อจาก 11.11 เพาเวอร์บาย สุดยอดโปรโมชั่นแห่งปี คือนอกจากเรื่องของ 11.11 เพาเวอร์บาย ในส่วนของการท่องเที่ยวสุขภาพก็เป็นอีกเทรนที่น่าสนใจและมีโอกาสมากๆ หลังโควิคหายระบาด

กล่าวได้ว่า ท่ามกลางวิกฤตการณ์ด้านสาธารณสุขครั้งใหญ่ที่สุดในรอบศตวรรษ ทำให้ทุกคนหันมาสนใจสุขภาพกันมากขึ้น ก่อนหน้าสถานการณ์โควิด ประเทศไทยได้ทำการโปรโมตอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสุขภาพอยู่แล้วทั้งธุรกิจสุขภาพเชิงรักษา บำรุง และพักฟื้นต่างพากันเติบโตอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยจึงมีภาษีด้านแบรนด์ท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพไม่น้อยกว่าจุดหมายปลายทางชั้นแนวหน้าของโลก

11.11 เพาเวอร์บาย

โปรแกรมการจัดงานที่มีตัวเลือกด้านสุขภาพจะช่วยดึงดูดนักเดินทางไมซ์ได้ดี โดยเฉพาะกลุ่มมิลเลนเนียลส์ ซึ่งใส่ใจกับสุขภาพมากขึ้น ทั้งในเรื่องอาหารปลอดภัย การบำรุงรักษาสุขภาพ การออกกำลังกาย กิจกรรมเสริมสร้างสุขพลานามัย รวมไปถึงสุขภาพใจและการทำสมาธิ เป็นต้น ไมซ์ไทยจึงสามารถดึงไอเดียเหล่านี้ไปเรียงร้อยเป็นโปรแกรมของงานและชูเรื่องสุขภาพเป็นจุดขายหลักของประเทศไทย

การท่องเที่ยวกลางแจ้งและผจญภัย: เมื่อใคร ๆ ก็ไม่อยากอยู่แต่ในห้อง

กิจกรรมกลางแจ้งและการผจญภัยเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับงานไมซ์หลังโควิด 19 เพราะการอยู่แต่ในห้องที่อากาศไม่ถ่ายเทนั้น เพิ่มความเสี่ยงในการระบาดของโรคระบบทางเดินหายใจทุกชนิด และเช่นเดียวกับการท่องเที่ยวสุขภาพ กลุ่มนักเดินทางไมซ์รุ่นใหม่ชื่นชอบกิจกรรมที่ท้าทาย และได้ออกไปชื่นชมธรรมชาติ ณ จุดหมายปลายทางที่ไปเยือน

กิจกรรมกลางแจ้งและผจญภัย ไม่จำเป็นต้องเป็นกีฬาที่น่าหวาดเสียวหรือใช้แรงมากเสมอไป การเดินชมทัศนียภาพ หรือการละเล่นในท้องถิ่นที่เกิดขึ้นกลางแจ้งเป็นตัวเลือกที่เข้ากันกับทุกคนได้มากกว่ากิจกรรมโลดโผนอย่างการโรยตัวลงมาจากหอคอยหรือล่องแก่ง ลองเพิ่มไอเดียสนุก ๆ แบบเกมหรือการแข่งขันที่ช่วยให้ผู้ร่วมงานได้ทำกิจกรรม ร่วมกันแบบทีมบิลดิ้ง (Team Building) ช่วยให้กิจกรรมนั้น ๆ สนุกยิ่งขึ้น (อย่าลืมเรื่องความปลอดภัยและรักษาระยะห่างด้วย) เช่น วอล์คแรลลี่ในสวนสมุนไพรไทย ขอเพียงให้ได้ออกจากห้องประชุมมาใช้เวลานอกห้องกันมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ละเลยความสำคัญของออนไลน์อยู่ดี เพราะมันง่ายที่จะเข้าถึง และรวดเร็วที่จะเข้าหา เทคนิคที่จะทำให้คนเข้ามาที่เว็บไซต์เรามากขึ้น คือต้องทำให้เขาเจอเรา แบบแรกคือจุดที่ลูกค้าอยู่เยอะที่สุด ในตอนนี้ก็คือโซเชียลมีเดีย ต้องทำตลาดเนื้อหา content marketing โพสต์คอนเทนต์ที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย หากเนื้อหาของคุณดี ข้อมูลของคุณอาจถูกแชร์ออกไปโดยไม่ต้องโปรโมทหรือจ่ายเงินเลยเป็นไปแบบธรรมชาติ เมื่อคนไปอ่านเกิดความอยากได้ก็จะคลิกเข้ามาซื้อที่เว็บของคุณเองเลย

แบบที่สองคือบางคนมีความต้องการแล้ว แต่กำลังค้นหาสินค้าอยู่ จุดที่คนหาสินค้าก็คือในเสิร์ชเอนจิ้นหรือในกูเกิล เมื่อเขาเห็นอันไหนเป็นอันแรกก็จะซื้อเลย การทำการตลาดแบบที่คนมีความต้องการ มีความสนใจหรือความตั้งใจแล้ว การใช้เสิร์ชเอนจิ้นมักจะได้ผล

การใช้โซเชียลมีเดียกับเสิร์ชเอนจิ้นนั้นคนละวัตถุประสงค์กัน โซเชียลมีเดียเหมาะกับการโน้มน้าวคน แต่บนเสิร์ชเอนจิ้นนั้นคนมีความต้องการอยู่แล้ว เขามาค้นหาต้องเจอทันทีตรงนั้นเลย นี่คือช่วงเวลาที่ดีของการทำ branding ในขณะที่ทุกคนพากันประหยัดหมด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *